March 18, 2009

วันส่งขึ้นเครื่อง ญาติโยมแห่กันมาส่ง(พร้อมแขกพิเศษ)เพียบ บรรยากาศเหมือนงานรวมศิษย์เก่าคุยกันแหย่กันไปเรื่อย แต่จังหวะเข้า Gate ไปนี่สิ มันของจริงแล้วต้องลุยเดี่ยว นับตั้งแต่จังหวะนั้น ไม่มีแล้วครับ คนไทยภาษาไทย ฝรั่งลูกเดียว เพราะขึ้นสายการบิน qantas ฝรั่งล้อมหน้าล้อมหลัง
นั่งได้สักพัก แอร์ ก็ถามจะรับเครื่องดื่มอะไร heineken ก่อนเลยจะได้หลับสบาย หลังจากนั้นก็ตบด้วย ไวน์ สบายตัวไปเลยตื่นอีกทีที่ sydney เพื่อเปลี่ยนเครื่อง แต่ติดขัดเล็กน้อยเพราะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ Domastic Terminal ตอนแรกเข้าใจว่านั่งรถ bus ของ qastas ได้เลยพอยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ เค้าก็บอกให้ไปขึ้นรถบัสของสนามบินที่นี่ อาการรนก็เกิดขึ้น แต่โชคดีที่ป้ายสัญลักษณ์ ของสนามบินเค้าชัดเจนมากเลยไปถูก Read the rest of this entry »
1 Comment |
Uncategorized |
Permalink
Posted by boyone
March 9, 2009
“ตัดใจอยู่ต่อว่ายาก ตัดสินใจไปยากกว่า”
ความรู้สึกที่ผูกพันกะอะไรซักอย่าง ที่ๆคิดว่าเหมาะกับตัวเอง แต่ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรง่ายเหมือนอะไรที่เราคาดหวังไว้ เพราะเหรียญมันมีสองด้านเสมอ ถ้าเปรียบเหมือนเรือที่ต้องเดินทางกลางทะเล ก็คงเหมือนเป็นเรือที่มีชีวิตชีวา ไม่กลัวคลื่นลมมรสุม สามรถบุกตะลุยได้ตลอดถึงไหนถึงกัน
แต่ก็นั่นแหละความแน่นอนคือความไม่แน่นอน จังหวะถ้ามันจะเจออะไรหนักมันมักเบรคไม่อยู่จิงๆอย่างประโยคที่ว่า If anything can go wrong, it will. เหมือนพายุแรงๆอัดเข้ามาไม่หยุดไม่ให้พักหายใจ มันก็มีสิทธิ์ล้าเอาได้ง่ายๆ แต่มันก็เป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของชีวิต
หลายๆครั้งตัดสินใจที่จะลุยไปข้างหน้า โดยหวังว่ามันต้องดีขึ้น ยื้อมันไปให้ถึงที่สุด หากสุดท้ายเรามันก็แค่คนเจอแรงเสียดทานมากๆเข้ามันก็หลุดมันก็ล้า ต้องหลบพักเลียแผลบ้างเหมือนกัน เพราะอยู่ต่อก็เริ่มท้อ จะไปก็ยังคิด เป็นภาวะที่โหดร้ายมากจริงๆ ก็อย่างที่ว่าเราแค่มนุษย์ขี้เหม็น ท้ายสุดก็ต้องตัดใจ “พัก” แต่โอกาสมีแรงค่อยกลับมาทำในสิ่งทีชอบใหม่อีกครั้ง เท่านี้แหละชีวิต
บทสรุปของชีวิต คือความ “อจีรัง” ทุกอย่างไม่เที่ยง ครับ
Leave a Comment » |
Uncategorized |
Permalink
Posted by boyone
January 11, 2009

เรื่องมันมีอยู่ว่า นานๆจะได้กลับไปบ้าน เลยต้องหาโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัว ซึ่งก็ได้ตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะไปดอยช้าง(จังหวัดเชียงราย) เพราะปีก่อนโน้นก็ไปแต่ยังไม่เต็มอิ่ม ก็เลยมีแมตซ์ รีเทิร์นอีกรอบ

ภาพเต็มๆดูได้ ที่นี่
Read the rest of this entry »
1 Comment |
etc. |
Permalink
Posted by boyone
August 25, 2008

ลิลลี่จัง
เกือบๆเที่ยงวันเสาร์(23 สิงหา 08) ช่วงที่กำลังนั่งเล่นอินเตอร์เนต ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา พอรับปุ๊บ
ปลายสาย “วันนี้ว่างเปล่าไปเที่ยวกัน”
ผม “ห๊า”
ปลายสาย “ห๊าเฮอะอะไร ก็บอกว่าไปเที่ยว”
ผม “ไป่ไหนว่ะ”
ปลายสาย “อัมพวา”
ผม “อืม แล้วกี่โมง”
ปลายสาย “ตอนนี้”
ผม “อ้าว แล้วมึงอยู่ที่ไหน”
ปลายสาย “ใต้หอมึง ฮ่าๆๆ”
ผม “อ้าว (ไอ้…..)”
ปลายสาย “รีบเลย เดี๋ยวต้องไปรับ ลิลลี่จัง อีก”
ผม “พัฒนาเว้ย มีหญิงไปด้วย”
Read the rest of this entry »
7 Comments |
etc. |
Permalink
Posted by boyone
March 23, 2008
ชอบประโยค นึงที่ตัว “อากิยามะ จาง” พูดใน จอมโหดกะทะเหล็ก ภาค 2 ที่ว่า “พ่อครัวที่ดี ทำได้แต่อาหารที่ดี แต่พ่อครัวเลวทำได้หมดทุกอย่าง”

เลยเอากะเขามั่ง “programmerที่ดี ทำได้แต่งานที่ดี แต่ programmer เลวทำได้ทุกอย่าง” อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวตั้งแต่สมัยเด็กเวลา ดูหรืออ่านการ์ตูน ผมจะชอบมากกะพวก ตัวเอกที่กลมๆมีทั้งด้านดีด้านเลว หรือแม้แต่ตอนในนิยายคลาสสิค อย่าง สามก๊ก ที่คนส่วนมากจะชอบในตัว เล่าปี่ ผมก็ยังคงชอบตัว โจโฉ มากกว่า เล่าปี่ ฮ่าๆๆๆ
Leave a Comment » |
etc. |
Permalink
Posted by boyone
February 17, 2008
“มันก็แค่เรื่องของผู้ชายที่ขาดความมั่นใจและไร้เป้าหมายในชีวิต มีชีวิตลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ” ข้อความสั้นๆแต่โดน เจอใน blog ของ คุณcoffee2 เพราะนั่งคิดงานไม่ออกเลยนั่งหาอะไรอ่านไปเรื่อยจนเจอ blog คุณcoffee2 ที่ พูดถึงหนังสือเรื่อง การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก
หรือชีวิตผมมันคงเป็น ยังงั้นจริงๆ เพราะจนนาทีนี้ก็ยังชอบที่จะลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ บ่อยครั้ง ที่เพื่อนหรือคนรอบข้างมักจะบ่นให้ได้ยินว่า มึงจะเอาไง กะชีวิตมึงลองดูคนอื่นเค้าบ้าง……… แต่สุดท้ายก็นะ แล้วถ้ามองกลับกัน หรือว่ามันจะเป็นบททดสอบที่ทุกคนต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ คำตอบมันมีในใจของแต่ละคนครับ เพราะผมคิดอยู่เสมอว่าทุกคนย่อมมีทางเดินของใครของมัน บ่อยครั้งที่เราได้รู้จัก หรือคบหากับใครซักคนก็เป็นเพราะว่าเส้นทางมันมาบรรจบกัน แต่ถึงที่สุดทางเดินมันย่อมไม่มีทางเหมือนกันไปได้ตลอดครับ ฮ่าๆๆ
Leave a Comment » |
Uncategorized |
Permalink
Posted by boyone
January 20, 2008
“ผมมองว่า SOA มันเป็นวิมานในก้อนเมฆครับ เวลา implement จริงๆมันจะกลายเป็นกระต๊อบในทุ่งหญ้าแทน” พี่ bomber คอมเม้นใน narisa
ประโยค มันโดนใจ มันเปนข้ออ้างที่ทำให้อยากเขียนเรื่อง SOA เพราะที่ผ่านมาก็แถกไถไปเรื่อยที่จะเขียน
ในกระทู้นี้ หลายๆ comment อ่านแล้วก็ตรงกับภาพที่ผมมีอยู่ในหัว รวมทั้งประสบการณ์ เสี้ยวหนึ่งที่ได้เข้าไปสัมผัสกับ SOA แต่เป็นในส่วนของ bpel
คือในการพัฒนา SOA นั้นมันกระทบเยอะจริงคับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับชาวบ้านไปทั่ว ซึ่งแน่นอนในการพัฒนาอะไร ขึ้นมามันก็ต้องมี impact ที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะด้านบวกหรือลบ ดังนั้นในการที่จะพัฒนาขึ้นมา ผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างน้อยต้องมีภาพที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน ถ้าเทียบกับวง orchestra ที่มีทีมงานเยอะแยะ ไม่ว่า จะเป็นนักดนตรี conductor หรือพวก backstage ที่ทำหน้าที่อยู่ข้างหลังเวที ทุกคนต้องเข้าใจ theme งานที่จะสื่อออกมา รวมถึง script หรือ programe ที่บอกถึงหน้าที่ของแต่ละคน ทุกคนเปรียบได้กับ service เล็กๆที่มารวมกันเป็น service ก้อนใหญ่หนึ่งก้อน
พวกหน้าฉาก ก็จะมีภาษาในการที่จะสื่อสารหรือทำงานร่วมกัน โดยถ่ายทอดออกมาเป็นตัวโน๊ต บนบรรทัด 5 เส้น เทียบได้ประมาณ xml ในบริบทของการ implement ที่จะอธิบายถึงบทบาทของแต่ละ service ในการที่จะถูก request และ response ออกมา โดยจะมี conductor ( ประมาณ bpel )คอยคุมจังหวะของเพลงอีกทีนึงว่าช่วงนี้ถึงคิวของเครื่องดนตรีชนิดใดที่จะเด่นออกมา หรือในการตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะในการแสดงทุกอย่างมันสามารถเกิดขึ้นได้
ตัวอย่าง เช่น ช่วงที่ส่งให้ไวโอลิน solo หรือในการรอ respone จาก human task ถ้ามีการส่ง respone กลับมาแล้ว แต่บังเอิญ ระบบเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ไม่มีการรับรู้ถึง response มันต้องใช้บริการของ conductor แล้วว่าจะให้มันมุ่งต่อในทิศทางใด
3 Comments |
bpel, soa |
Permalink
Posted by boyone
January 10, 2008
concept คร่าวๆของ prado ที่ผมสรุปได้ คือ การยืมเอาส่วนเด่นของชาวบ้านมารวมไว้ในตัวมันเอง เช่น
- ในส่วนของ ชั้น web ก็จะยืมมาจาก Tapestry
- ส่วน data access ก็จะมาจาก active record แล้วก็ Ibatis
- สุดท้ายก็การ config ดูไปมันคล้ายๆ กะ spring framework แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว
ในส่วนของ ชั้น web ก็จะมี life cycle ของตัวมันเอง บวกกับ component ที่มากับตัวprado เอง หรือ ถ้าไม่พอใจก็สามารถที่ จะสร้าง component ขึ้นมาเองตามอัธยาศัย (หาอ่านได้ที่ tutorial)
Leave a Comment » |
php |
Permalink
Posted by boyone