“ผมมองว่า SOA มันเป็นวิมานในก้อนเมฆครับ เวลา implement จริงๆมันจะกลายเป็นกระต๊อบในทุ่งหญ้าแทน” พี่ bomber คอมเม้นใน narisa
ประโยค มันโดนใจ มันเปนข้ออ้างที่ทำให้อยากเขียนเรื่อง SOA เพราะที่ผ่านมาก็แถกไถไปเรื่อยที่จะเขียน
ในกระทู้นี้ หลายๆ comment อ่านแล้วก็ตรงกับภาพที่ผมมีอยู่ในหัว รวมทั้งประสบการณ์ เสี้ยวหนึ่งที่ได้เข้าไปสัมผัสกับ SOA แต่เป็นในส่วนของ bpel
คือในการพัฒนา SOA นั้นมันกระทบเยอะจริงคับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับชาวบ้านไปทั่ว ซึ่งแน่นอนในการพัฒนาอะไร ขึ้นมามันก็ต้องมี impact ที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะด้านบวกหรือลบ ดังนั้นในการที่จะพัฒนาขึ้นมา ผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างน้อยต้องมีภาพที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน ถ้าเทียบกับวง orchestra ที่มีทีมงานเยอะแยะ ไม่ว่า จะเป็นนักดนตรี conductor หรือพวก backstage ที่ทำหน้าที่อยู่ข้างหลังเวที ทุกคนต้องเข้าใจ theme งานที่จะสื่อออกมา รวมถึง script หรือ programe ที่บอกถึงหน้าที่ของแต่ละคน ทุกคนเปรียบได้กับ service เล็กๆที่มารวมกันเป็น service ก้อนใหญ่หนึ่งก้อน
พวกหน้าฉาก ก็จะมีภาษาในการที่จะสื่อสารหรือทำงานร่วมกัน โดยถ่ายทอดออกมาเป็นตัวโน๊ต บนบรรทัด 5 เส้น เทียบได้ประมาณ xml ในบริบทของการ implement ที่จะอธิบายถึงบทบาทของแต่ละ service ในการที่จะถูก request และ response ออกมา โดยจะมี conductor ( ประมาณ bpel )คอยคุมจังหวะของเพลงอีกทีนึงว่าช่วงนี้ถึงคิวของเครื่องดนตรีชนิดใดที่จะเด่นออกมา หรือในการตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะในการแสดงทุกอย่างมันสามารถเกิดขึ้นได้
ตัวอย่าง เช่น ช่วงที่ส่งให้ไวโอลิน solo หรือในการรอ respone จาก human task ถ้ามีการส่ง respone กลับมาแล้ว แต่บังเอิญ ระบบเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ไม่มีการรับรู้ถึง response มันต้องใช้บริการของ conductor แล้วว่าจะให้มันมุ่งต่อในทิศทางใด
Posted by boyone
Posted by boyone
Posted by boyone